VIVEMOS REALIDAES DIFERENTES
Tu hoje dizias, que temos algo por resolver os dois, na minha opinião temos tudo inteiramente resolvido, nada esperei de ti, nada quero que seja proveniente da tua pessoa.
Há precisamente 4 anos, conheceste uma rapariga, simples, que teve o atrevimento de te enfrentar em plena reunião. Irritado mas impressionado, tentaste obter informações a meu respeito,quem diria que a filha da funcionária te iria supreender.
Depois, pensaste que eu seria mais uma GAJA, com quem tu habitualmente dás umas.
Não fosses tu um bom estratega, almoçamos juntos, "Tu disseste-me, és um diamante em bruto, com um banho de loja, ficas óptima".
Eu respondi-te, "tu não deixarás nunca de ser piroso, com todos os banhos de loja que tens".
De seguida surgem as mais variadas propostas, quero viver contigo, dou-te três filhos, um apartamento, as joias, dou-te tudo.
Tal como te disse na altura, agora repito por favor...
Deixa-me em paz, eu sou filha de gente pobre monetáriamente, embora possuídores de uma grande riqueza de valores humanos.
Somos muito diferente, vivemos realidades completamente opostas.
Tu tens uma riqueza monetária brutal, em compensação és pobre de espírito, e infeliz.
Eu sou pobre, contudo sou uma mulher realizada e muito feliz, tenho uma familia perfeita tenho um filho saudável e lindo, tu nunca saberás o que é isso o AMOR.
Pela última vez, esquece-me.
AninhasPipoca
Beijos*
Há precisamente 4 anos, conheceste uma rapariga, simples, que teve o atrevimento de te enfrentar em plena reunião. Irritado mas impressionado, tentaste obter informações a meu respeito,quem diria que a filha da funcionária te iria supreender.
Depois, pensaste que eu seria mais uma GAJA, com quem tu habitualmente dás umas.
Não fosses tu um bom estratega, almoçamos juntos, "Tu disseste-me, és um diamante em bruto, com um banho de loja, ficas óptima".
Eu respondi-te, "tu não deixarás nunca de ser piroso, com todos os banhos de loja que tens".
De seguida surgem as mais variadas propostas, quero viver contigo, dou-te três filhos, um apartamento, as joias, dou-te tudo.
Tal como te disse na altura, agora repito por favor...
Deixa-me em paz, eu sou filha de gente pobre monetáriamente, embora possuídores de uma grande riqueza de valores humanos.
Somos muito diferente, vivemos realidades completamente opostas.
Tu tens uma riqueza monetária brutal, em compensação és pobre de espírito, e infeliz.
Eu sou pobre, contudo sou uma mulher realizada e muito feliz, tenho uma familia perfeita tenho um filho saudável e lindo, tu nunca saberás o que é isso o AMOR.
Pela última vez, esquece-me.
AninhasPipoca
Beijos*
4 Comments:
Gata loirinha...
Tenho sede de ti...tu és minha...
Dar-te-ei o AUDI A3 cinza.
Daremos três irmãos ao Tiago.
QUERO-TE...Somos iguais, juntos seremos um só...
bjs
JPT
By
Anónimo, at 3:05 da tarde
Gata loirinha...
ADOROOOO-TE
Jantamos hoje?????
bjs
JPT
By
Anónimo, at 4:56 da manhã
Já alguém disse: Os opostos atraêm-se....
By
Politikus, at 5:04 da manhã
กามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
กามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
กามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
กามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
กามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
บทนํา ชาวโปรตุเกสเดินทางเขามาในทวีปเอเชียครั้งแรกในป ค.ศ. ๑๔๙๘ โดยวาสโก ดากามา เปนผูบัญชาการเรือที่แลนจากกรุงลิสบอนมายังกัลลิกัต ซึ่งนับเปนตนเคาแหงการคนพบซึ่งกันและกันระหวางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก แต ณ เวลานั้น สองโลกอารยธรรมยังแบงแยกออกจากกันดวยมโนคติที่แตกตางกันโดยสิ้นเชิง การพบปะกันจึงไมใชเรื่องงายและไมใครสงบนัก อยางไรก็ดี ตอมาชาวโปรตุเกสก็ไดตั้งหลักปกฐานอยางแนนหนาที่อินเดีย ศรีลังกา คาบสมุทรมลายู หมูเกาะอินโดนีเซีย จีน และญี่ปุน รวมทั้งไดควบคุมเสนทางการคาหลัก ๆ ในมหาสมุทรอินเดียอยูเกือบหนึ่งศตวรรษ ทวาหลังจากนั้น อํานาจของชาวโปรตุเกสก็คอย ๆ ลดลง เนื่องจากมีชาวยุโรปชาติอื่น ๆ เปนคูแขง (อันไดแก ฮอลแลนด ฝรั่งเศส และอังกฤษ) ซึ่งทําการจูโจมชาวโปรตุเกสหลายตอหลายครั้ง นอกจากนี้รัฐมุสลิมตาง ๆ ก็ยังตอตานชาวโปรตุเกสอยางไมหยุดหยอนอีกดวย ดวยเหตุดังกลาว ชาวโปรตุเกสจึงคอย ๆ ละทิ้งถิ่นฐานที่ตั้งแหงแลวแหงเลา และหันกลับไปสูดินแดนแถบมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั้งชาวโปรตุเกสไดครอบครองทั้งบราซิล ภูมิภาพที่สําคัญตลอดแนวชายฝงตะวันตกของทวีปแอฟริกา และดินแดนอื่น ๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก ปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๗ จักรวรรดิโปรตุเกสที่เคยมีอิทธิพลอยางมากในเอเชียคงเหลือความครอบครองเพียงติมอร ฟลอเรส มาเกา และบางเมืองในอินเดีย เชน กัว ดาเมา และดิว อยางไรก็ดี ชาวโปรตุเกสมากมายหลายพันคนก็ยังเดินทางมาตั้งรกรากที่เอเชีย ตลอดจนประกอบกิจกรรมดานการคาและศาสนา รวมทั้งสมรสกับชนพื้นเมืองในแตละภูมิภาค เมื่อยุโรปเขาสูยุคอุตสาหกรรมในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ประเทศมหาอํานาจตะวันตกก็ยิ่งกดดันรัฐตาง ๆ ในเอเชียดวยเหตุแหงความจําเปนในการขยายตลาดการคา ทวารัฐตาง ๆ ในเอเชียยังลังเลที่จะเปดพรมแดนติดตอกับชาติตะวันตก ในเวลานั้น จีน ญี่ปุน และสยามเองก็ตางก็ถูกคุกคามไมลักษณะใดก็ลักษณะหนึ่งโดยที่ไมอาจปฏิเสธ อยางกรณีของจีนก็ถูกบุกรุกพรมแดนโดยกองทัพของชาติตะวันตก หรือกรณีของสยามก็ถูกบีบบังคับใหยอมรับการแบงเขตพรมแดนอยางเสียเปรียบ ความกดดันอันใหญหลวงนี้ยังครอบคลุมไปถึงรูปแบบการดํารงชีวิต ระบบความคิด รวมทั้งโครงสรางทางเศรษฐกิจและการเมือง เพราะความเปนตะวันตกนํามาซึ่งกรอบการอางอิงทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และอุดมคติ ที่กําหนดชะตากรรมการเมืองของผูคนในเอเชียนับตั้งแตบัดนั้น อยางไรก็ดี ชาวตะวันตกมิไดรังแตจะรุกรานและดูแคลนอารยธรรมอันเกากาและนาชื่นชมของเอเชีย ดวยมีชาวยุโรปจํานวนมากที่จํานนตอความงาม ความอัศจรรย ภูมิปญญา และความประณีตบรรจงของสังคมผูเปนเจาของจิตวิญญาณตะวันออกเชนกัน ดังจะเห็นไดจากรายละเอียดของเอกสารที่รวบรวมไวในหนังสือเลมนี้ นอกจากนั้น การติดตอกับเอเชียตะวันออกเฉียงใตและตะวันออกไกลก็เปนปจจัยสําคัญที่ทําใหชาวตะวันตกคอย เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีตอวัฒนธรรมอื่น เปนตนวา ทําใหเกิดกระแสความนิยมวัฒนธรรมญี่ปุน (JAPANISMO) ในตอนปลายคริสตศตวรรษที่ ๑๙ ชวยเพิ่มพูนความสนใจตอแหลงกําเนิดของจิตวิญญาณตะวันออก และทําใหเกิดความตระหนักในความเกาแกและความลึกซึ้งของอารยธรรมตะวันออก ซึ่ง
ลวนสงผลใหชาวตะวันตกยอนกลับไปสูอุดมการณดานอาณานิคม อนึ่ง นับเปนประเด็นสําคัญอันควรเนนย้ําที่โปรตุเกสไมเหมือนกับชาติตะวันตกอื่น ๆ กลาวคือ แมวาโปรตุเกสจะมีสวนรวมในการรุกรานจีนหลายครั้งโดยใชกําลังทหารแบบยุโรป แตโปรตุเกสก็คงความสัมพันธอันเปยมดวยไมตรีจิตรกับสยามเสมอ โดยเฉพาะอยางยิ่ง เมื่อมีการยื่นคําขาดโดยฝรั่งเศสใน ค.ศ. ๑๘๙๓ โปรตุเกสก็สามารถรักษาสถานะมิตรของสยามไวไดอยางชอบธรรม สวนกรณีของญี่ปุน ชาวโปรตุเกสก็เปดกวางในการเรียนรูวัฒนธรรมญี่ปุนตลอดเวลาที่มีการเปดประเทศรับชาติตะวันตก
หนังสือเลมนี้ประกอบดวยขอมูลบรรณานุกรมของเอกสารตาง ๆ และเนื้อความภาษาโปรตุเกสเกี่ยวกับสยาม จีน และญี่ปุน ซึ่งเขียนขึ้นระหวางป ค.ศ. ๑๘๔๐ ถึง ค.ศ. ๑๙๔๐ โดยนักเดินทาง นักการทูต นักหนังสือพิมพ ทหาร และพอคา เนื้อความของเอกสารสวนมากในที่นี้ ซึ่งแทบจะไมเปนที่ทราบกันในหมูผูศึกษาคนควา คงจะนอมนําใหเกิดการศึกษาประวัติศาสตรในสมัยดังกลาว ซึ่งมิไดยอนเวลาไปนานนัก คือในสมัยที่ชาติยุโรปถือวาตนเปนเจาแหงพิภพ อยางไรก็ดี ผูรวบรวมขออธิบายแกผูอานชาวไทยวา ขอมูลเกี่ยวกับสยามยังมีนอกเหนือจากที่ไดรวบรวมไวในหนังสือเลมนี้อีกมากมายนัก เพระผูรวบรวมเนนการรวบรวมเอกสารของนักการทูตโปรตุเกสที่ปฏิบัติหนาที่ในสยามเปนหลัก ทวาก็เนนการรวบรวมเอกสารวาดวยการเสด็จพระราชดําเนินเยือนโปรตุเกสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเชนกัน เนื้อหาของหนังสือเลมนี้แบงออกเปน 2 สวน คือสวนแรกเปนการรวบรวมผลการศึกษาคนควาของผูเชี่ยวชาญชาวโปรตุเกส และสวนที่สองเปนรายการเอกสารพรอมเนื้อหาของเอกสารนั้น ๆ โดยสรุป มิเกล คัชแตลู บรังกู เฟอเรรา หัวหนาฝายวิชาการและวัฒนธรรม หอสมุดแหงชาติโปรตุเกส
By
Anónimo, at 1:10 da manhã
Enviar um comentário
<< Home